Little Rabbit Bakery » Homemade and Heartwarming

“There’s nothing wrong with the Blueberry Pie, just people make other choices. You can’t blame the Blueberry Pie, it’s just… no one wants it.”

My Blueberry Nights (2006)

เวลาฝนตกทีไรเรามักจะนึกถึงหนังของ หว่อง กา ไว ทุกครั้ง อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศในหนังมันมืดๆครึ้มๆทั้งที่ไม่ใช่เวลากลางคืน เหมือนตอนที่ฝนตกมั้งคะ หนึ่งในหนังที่เราชอบของเค้าก็คือเรื่อง My Blueberry Nights ซึ่งอาจจะเป็นหนังที่นักวิจารณ์หลายๆคนบอกว่าต่ำกว่ามาตรฐานของพี่หว่องเค้าเยอะ แต่สำหรับเราแล้วหนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งในเรื่องโปรดเลยค่ะ มันให้อารมณ์เหงาๆเศร้าๆแต่แอบมีความหวังเล็กๆดี จะบอกว่าตอนที่ Jeremy ตัวเอกของเรื่องพูดประโยคข้างบนเนี่ย เราแอบสงสาร Blueberry Pie มากกว่านางเอกอีกนะ 555++

A-photo-of-lead-actress-Norah-Jones-in-a-coffee-shop-taken-from-the-movie-My-Blueberry-Nights3PinThis

เล็กๆน้อยๆจากเรื่อง My Blueberry Nights

….บนถนนสายความรัก หลายคนอาจจะเคยผ่านประสบการณ์ การได้เป็น “พายบลูเบอร์รี่” มาแล้วทั้งนั้น บางคนก็เฝ้าแต่โทษตัวเองถึงความไม่ดีต่างๆนานาที่เป็นสาเหตุให้คนๆหนึ่งเดินไปจากชีวิต บางคนก็หมดศรัทธาในความรักและความดี ทำไมเราทำดีกับเขาแทบตาย สุดท้ายมันจบด้วยความเจ็บปวด ทำไมทำดีแล้วไม่ได้ดี แต่แท้ที่จริงแล้วหลายครั้งหลายหนที่ความรักของเราเดินทางมาถึงจุดจบ มันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับความดีหรือไม่ดีอะไรของเราเลย มันมีเพียงต้องการ หรือไม่ต้องการก็เท่านั้นเอง….

 

…เหมือนกับ Blueberry Pie ที่ร้านของ Jeremy ที่มีรสชาติอร่อย สีสันหน้ากิน เหมือนกับขนมอื่นๆที่ขายในร้าน แต่เป็นเพราะลูกค้าที่มาร้าน Jeremy ไม่ได้ต้องการกิน Blueberry Pie มันจึงต้องเป็นของหวานชิ้นสุดท้ายที่เหลือในร้านเสมอ

 

 

ถึงแม้ว่าวันนี้เรLPXE7248-1PinThisาอาจจะต้องเดินคนเดียว แต่สักวันหนึ่งข้างหน้าเราก็อาจจะพบกับใครสักคนที่อยากจะเดินไปพร้อมๆกับเราก็ได้ นี่เป็นเหตุผลที่ Jeremy ทำ Blueberry Pie มาขายทุกวันถึงแม้จะไม่มีคนกิน เพราะเขาเชื่อว่าสักวันหนึ่งก็จะมีลูกค้าที่จะเลือกที่จะกิน Blueberry Pie และลูกค้าคนนั้นก็คือ Elizabeth นั่นเอง

หลังจากเวิ่นเว้อสงสารน้อง Blueberry Pie ในหนังไปแล้ว เราเลยตัดสินใจลงมือทำขนมจาก Blueberry มันซะเลย 555++ ซึ่งขนมชิ้นนั้นก็คือ Blueberry Rare Cheesecake ที่เป็นขนมชิ้นโปรดของใครหลายๆคนนั่นเองค่ะ ความอร่อยของเจ้าชีสเค้กตัวนี้เริ่มตั้งแต่บิสกิตที่หอมมันกรุบกรอบเค็มปะแล่ม เนื้อชีสที่นุ่มเบารสหวานอมเปรี้ยวและท็อปด้วย Blueberry Compote แบบโฮมเมดอย่างหนาเยิ้ม ยิ่งได้กาแฟหรือชาร้อนๆ สักถ้วย จะทำให้คนรักขนมอร่อยจนลืมไม่ลงเลยล่ะค่ะ

 

 

 

คุณลูกค้าสLPXE7289-8PinThisามารถพรีออเดอร์ Blueberry Rare Cheesecake ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันพุธที่ 5 ส.ค. เวลา 5 โมงเย็นค่ะ
ช่องทางการสั่งซื้อสินค้า
Facebook Messenger (Inbox): https://www.facebook.com/LittleRabbitBakery
LINE Messenger: namwan_littlerabbit
Email: order@LittleRabbitBakery.com
Phone: 081-846-6281

อย่าปล่อยให้ Blueberry Rare Cheesecake ของเราต้องเหงาเหมือนกับ Blueberry Pie ของ Jeremy นะคะ ^_^

Message Us|Facebook This|Tweet This|Pin This|Email Subscribe

วันแม่ใกล้จะเวียนมาถึงอีกแล้วนะคะ เราเชื่อว่าหลายๆคนก็คงเตรียมมอบของขวัญพิเศษหรือพาคุณแม่ไปเที่ยวเป็นประจำเหมือนกับทุกปี เมื่อก่อนตอนที่เราเด็กๆพอใกล้ๆจะถึงวันแม่ทีไรที่โรงเรียนก็จะให้ทำการ์ดให้แม่แล้วก็ติดดอกมะลิบนการ์ด เรียกว่าเป็นช่วงอวดความสามารถทางด้านศิลปะของเด็กๆกันเลยล่ะค่ะ แต่..เอ..มีใครเคยสงสัยกันมั้ยคะว่าทำไมเราต้องให้ดอกมะลิกันในวันแม่ด้วย ให้ดอกอื่นไม่ได้เหรอ? วันนี้ Little Rabbit เลยมาเล่าที่มาที่ไปของวันแม่แห่งชาติแล้วก็ความหมายของดอกมะลิให้เพื่อนๆฟังค่ะ

8119__pink-carnations_pPinThisความเป็นมาของวันแม่แห่งชาติ
ชาวอเมริกันเป็นผู้กำหนดให้มีวันแม่อย่างเป็นทางการขึ้น และผู้ที่พยายามเรียกร้องให้มีวันแม่ในอเมริกา คือ แอนนา เอ็ม. จาร์วิส คุณครูแห่งรัฐฟิลาเดลเฟีย แต่กว่าเธอจะประสบความสำเร็จก็ครบ 2 ปีพอดีในปี พ.ศ.2457 โดยประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน ได้มีคำสั่งให้ถือวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และดอกไม้สำหรับวันแม่ของชาวอเมริกันก็คือดอกคาร์เนชั่น ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือถ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่ให้ประดับตกแต่งบ้าน หรือประตูด้วยดอกคาร์เนชั่นสีชมพู แต่ถ้าแม่ถึงแก่กรรมไปแล้วให้ประดับด้วยดอกคาร์เนชั่นสีขาว

 

 

queen6PinThisความเป็นมาของวันแม่แห่งชาติในประเทศไทย
วันแม่แห่งชาติ งานวันแม่จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุข แต่ช่วงนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไป เมื่อวิกฤติสงครามสงบลง หลายหน่วยงานได้พยายามให้มีงานวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง ต่อมาวันแม่ที่รัฐบาลรับรอง คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 แต่ก็ต้องหยุดลงอีกในหลายปีต่อมา เนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรมถูกยุบไป ส่งผลให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติซึ่งรับหน้าที่จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุน

ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้จัดงานวันแม่ขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวเท่านั้น จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้กำหนดวันแม่ขึ้นใหม่ให้เป็นวันที่แน่นอน โดยถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และกำหนดให้ดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ คือ ดอกมะลิ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

LPXE7179-4PinThisทำไมจึงใช้ดอกมะลิเป็นดอกไม้ประจำวันแม่
ดอกไม้ดอกเล็ก ๆ สีขาวบริสุทธิ์ที่มีกลิ่นหอมชวนดมอย่าง “ดอกมะลิ” ถูกนำมาใช้เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ “วันแม่” เพราะดอกมะลิเปรียบเสมือนความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีให้ลูกน้อยไม่มีวันเสื่อมคลาย เหมือนกับความหอมของดอกมะลิที่หอมนาน และออกดอกตลอดทั้งปี นอกจากนี้ คนไทยยังนิยมนำดอกมะลิมาร้อยมาลัยบูชาพระ ดังนั้น ดอกมะลิ จึงเปรียบเสมือนการบูชาแม่ผู้มีพระคุณของลูก ๆ ทุกคน

 

 

แต่ถ้าใครLPXE7194-8PinThisเบื่อที่จะมอบพวงมาลัยหรือว่าดอกมะลิให้คุณแม่แล้ว Little Rabbit Bakery ขอแนะนำ “เค้กดอกมะลิ” (Almond Jasmine Loaf Cake) ไว้สำหรับมอบให้กับคุณแม่ในปีนี้กันค่ะ ตัวเนื้อเค้กจะนุ่มชุ่มเนยแต่ไม่หนักมาก + กลิ่นมะลิหอมชื่นใจ ปิดท้ายด้วยไอซิ่งโรยหน้าพอให้ฟรุ่งฟริ้ง ขนาดเค้กแบ่งกันทาน 2 คนกับคุณแม่ได้พอดี (หรือจะสั่งหลายชิ้นไปแบ่งกันทั้งบ้านก็ไม่มีใครว่านะคะ ^_^) ยิ่งถ้าคุณแม่ใครไม่ชอบทานเค้กแบบมีครีมแต่งหน้า ต้องถูกใจแน่นอนเลยค่ะ

 

 

คุณลูกค้าสามารถพรีออเดอร์เค้กดอกมะลิ ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค. เวลา 3 ทุ่มตรงค่ะ

ช่องทางการสั่งซื้อสินค้า
Facebook Messenger (Inbox): https://www.facebook.com/LittleRabbitBakery
LINE Messenger: namwan_littlerabbit
Email: order@LittleRabbitBakery.com
Phone: 081-846-6281

แหล่งที่มาข้อมูล http://www.dmc.tv

Message Us|Facebook This|Tweet This|Pin This|Email Subscribe

จากที่ได้แอบบอกใบ้ Theme ของสัปดาห์หน้าไปเมื่อวันก่อน วันนี้มาเฉลยแล้วค่า

1. Scone Set จัดส่งวันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2558 ราคา 280 บาท / ชุด (Plain Scone 2 ชิ้น, Cranberry Scone 2 ชิ้น +แยมและครีม) – สามารถพรีออเดอร์ได้ถึง วันจันทร์ที่ 13 ก.ค. 5โมงเย็น

berry-cranberry-scone-rose-jam-creme-de-lapin_resizePinThis

Scone (สโคน / สคอน) เป็นขนมกึ่งบิสกิตกึ่งขนมปังสัญชาติอังกฤษ จากเตาอบร้อนๆ ใช้รับประทานคู่กับครีมหนาๆนุ่มๆและแยมผลไม้ ถือว่าเป็นขนมที่ขาดไม่ได้เลยนะคะสำหรับการรับประทานน้ำชายามบ่ายหรือ Afternoon Tea นั่นเองค่ะ ใครที่ได้ไปทำการบ้านหาหนังสือ Jane Austen มาอ่านอย่างที่บอกในครั้งที่แล้วคงจะคุ้นเคยกับการกิน Scone กันแล้วใช่มั้ยคะ?

และเนื่องจากว่า Scone ต้องกินกับครีมและแยม ทำให้เกิดการถกเถียงกันว่าวิธีการกินที่ถูกต้องนั้น เราควรจะโปะแยมหรือครีมลงไปก่อนกันแน่ ซึ่งแคว้นหลักๆที่ไม่ยอมกันเรื่องนี้มาเป็นร้อยๆปีแล้วก็คือ Cornwall กับ Devonshire นั่นเองค่ะ (จะยอมกันได้ไงล่ะค่ะ ทั้ง 2 ที่นี่โด่งดังเรื่องอาหารการกินแล้วก็ผลิตภัณฑ์จากนมทั้งนั้นเลย) ฝ่าย Cornwall ก็บอกใส่แยมก่อน ฝ่าย Devon ก็บอกต้องใส่ครีมก่อน ส่วนเราใส่อะไรก่อนก็อร่อยได้เหมือนกันค่ะ อิอิ

2. Little Rabbit Rout Cakes จัดส่งวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2558 ราคา 180 บาท / 8 ชิ้น – สามารถพรีออเดอร์ได้ถึง วันพุธที่ 15 ก.ค. 5โมงเย็น

Rout Cakes_resizePinThis

Rout Cakes เป็นขนมที่มีลักษณะคล้าย คุกกี้Shortbread ที่มีส่วนผสมของเบอร์รี่อบแห้งและกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกกุหลาบ รสชาติจะค่อนข้างหนักแน่นไปด้วยเนยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ขนมอังกฤษโบราณค่ะ Rout คืองานปาร์ตี้ในช่วงค่ำที่จัดในหมู่ชนชั้งสูงของอังกฤษในช่วงศตวรรษที่ 17 ค่ะ (รีบไปหาเรื่อง Emma ของ Jane Austen มาอ่านเร้วว) ซึ่งเจ้าขนมตัวนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการจัดงานแบบนี้ เหมือนกับ afternoon tea ขาด Scone ไม่ได้ประมาณนั้นเลยค่ะ ดังนั้นขนมนี้จึงได้ถูกเรียกว่า Rout Cakes นั่นเองค่ะ ถ้าใครชอบขนมสไตล์ Shortbread อยู่แล้ว ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ

 

 

คุณลูกค้าสามารถพรีออเดอร์ Little Rabbit’s Scone Set ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันจันทร์ที่ 13 ก.ค. 5 โมงเย็นค่ะ

คุณลูกค้าสามารถพรีออเดอร์ Little Rabbit’s Rout Cakes ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันพุธที่ 15 ก.ค. 5 โมงเย็นค่ะ

ช่องทางการสั่งซื้อสินค้า
Facebook Messenger (Inbox): https://www.facebook.com/LittleRabbitBakery
LINE Messenger: namwan_littlerabbit
Email: order@LittleRabbitBakery.com
Phone: 081-846-6281

Message Us|Facebook This|Tweet This|Pin This|Email Subscribe

จากทริปอังกฤษที่เพิ่งผ่านมาสดๆร้อนๆ เราได้ไปเยี่ยมเยียนบ้านของ 2 คนดังแห่งเกาะอังกฤษมาค่ะ เราก็เลยขอนำเอามาเป็นแรงบันดาลใจในการนำเสนอเมนูของสัปดาห์หน้าค่ะ (จัดส่งวันพุธที่ 15 และวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม)

Jane-teaPinThis

‘No coffee, I thank you…a little tea if you please.’

เริ่มจากเมือง Bath ซึ่งเป็นบ้านของ Jane Austen นักเขียนชื่อดังที่มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1775-1817 ซึ่งเป็นยุครุ่งเรืองของการจิบชากินขนมของอังกฤษเลยค่ะ ถ้าใครเคยอ่านหนังสือของ Jane Austen ก็จะสังเกตได้ว่ากิจกรรมของตัวละครจะต้องมีการจัด afternoon tea กันอยู่เสมอ สำหรับเมนูที่เราจะนำเสนอนี้ก็นำมาจากส่วนหนึ่งในนิยายของ Jane ค่ะ ให้เดากันเล่นๆก่อนนะคะว่าคืออะไร (แนะนำให้อ่านเรื่อง Emma, Sense & Sensibility แล้วก็ Pride & Prejudice เจอคำตอบแน่นอนค่ะ ถ้าใครไม่อยากอ่านก็หาภาพยนตร์มาดูได้ค่ะ มีทำหลาย version อยู่เหมือนกัน)

Beatrix-peter-cottontailPinThis

… But Flopsy, Mopsy, and Cotton-tail had bread and milk and blackberries for supper.

จากเมือง Bath เราก็มาต่อด้วย Lake District กันค่ะ ที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยของ Beatrix Potter (1866-1943) ผู้ให้กำเนิดตัวละครน่ารักๆอย่าง Peter Rabbit กระต่ายน้อยแสนซนที่มีต้นกำเนิดมาจากจดหมายที่ Beatrix เขียนถึงลูกชายวัยห้าขวบของคุณครูของเธอเมื่อปี 1893 นั่นเองค่ะ ถ้าใครนึกไม่ออกลองไปหาภาพยนตร์ที่เล่าถึงเรื่องราวชีวิตของเธอเรื่อง Miss Potter มาดูกันนะคะ เป็นหนังน่ารักๆที่ดูได้ทั้งครอบครัว ดูไปกินขนมของเราไปด้วยก็จะเข้ากันมากเลยค่ะ ^_^

เอ…แล้ว Jane กับ Peter จะมาเจอกันในรูปแบบไหนกันน้าาาา ติดตามเฉลยได้ที่นี่เร็วๆนี้ค่ะ…

Message Us|Facebook This|Tweet This|Pin This|Email Subscribe

5PinThis

Welcome to the Little Rabbit’s blog! It’s something new for us but we are thrilled that we now have a venue to showcase and introduce you to all the things happened at Little Rabbit, post live baking demonstrations, noteworthy news and the daily goings on behind the scenes at the bakery. We hope you will check in regularly to get a little taste of what life at Little Rabbit Bakery is all about. We look forward to sharing.

Message Us|Facebook This|Tweet This|Pin This|Email Subscribe